วันนี้เป็นวันที่ฝนตก....(เกือบทุกวันเลยด้วยซ้ำ)
ตื่นมาตั้งแต่เช้า นั่งจับเจ่าอยู่หน้าคอมฯ ในร้านอินเตอร์เนตสักแห่ง
ในย่านรัชดา ย่านที่ไม่เคยหลับไหล อีกย่านนึง
ในกรุงเทพฯ เมืองที่ไม่เคยหลับไหลเช่นกัน
เมืองที่มีแต่การเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
นี่คงจะ 3 ปีแล้วสินะ
ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองที่ไม่เคยหลับไหลแห่งนี้
เช่นเดียวกับที่ไม่เคยได้หลับไหลได้สนิทเฉกเช่นเดียวกัน
ทุกวันผ่านไป ผ่านไป เรื่อย เรื่อย
ผ่านไปหลาย ฤดูกาล ในเมืองใหญ่แห่งนี้
ยังคงต้องดิ้นรน ปนเปกะฝูงผู้คนมากมาย
ที่หวังใช้ชีวิตหรูหรา ในเมืองแห่งนี้
แต่จะมีสักคนไหมหนอฉุดคิดถึงสิ่งที่ทำอยู่
ว่ามันคือความสุขอย่างแท้จริง หรือไม่
ต้องการสิ้นนี้จริงหรือ
ลองมองย้อนไปว่า เกือบ 3 ปีนี้
ได้หยุดพักสักกี่นาที ได้ออกไปเดินเที่ยวเตร่
กะตัวเองกี่ครั้ง เคยนอนหลับอย่างสนิทสักกี่คืน
วันนี้ก็ถือว่าเปงอีกวันนึงที่ได้ลองมานั่งคุยกะตัวเอง
อีกครั้งนึง หลังจากที่เคยหลงลืมมันไป
บางครั้งการที่ได้ลองอยู่กะตัวเองนาน นาน
จับเจ่าอยู่กะคำถามซ้ำ ๆ ซากๆ
ที่ตัวเองเคยตอบมานับแรมปี
แต่ก็ไม่เคยหยุดถามมันสักทีนั้น
มันก็ถือว่าเป็นการเตือนความจำ
ให้กับตัวเองว่า เราหลงทางไปถึงจุดใด
หรือก้าวเดินไปถึงที่ตรงใหนแล้ว
ในตอนนี้ในร้านผู้คนยังคงไม่จอแจ
ฉันนั่งอยู่เครื่องหลังสุด
กับการรอใครสักคน...
ทั้งที่ยังไม่รู้ว่ารอไปเพื่ออะไร
ทั้ง ๆ ที่ ฉันเองก็สามารถทำอะไรต่อมิอะไร
ได้ด้วยตัวเอง....แต่ก็ยังนั่งรอ
ฝนทำให้มีความรู้สึกมากมายอยู่ในนั้น
ว่ามั้ย!!!???
มีทั้งบรรยากาศ เศร้า เหงา สุข สบาย
แต่สำหรับฉันในตอนนี้....
ฝนให้ความรู้สึก เบื่อหน่าย ปนกะความเศร้า
เศร้าใจกะ ชะตาชีวิตตัวเอง
เบื่อกะความดันทุรันของตัวเอง
คละเคล้ากันไป กะบรรยากาศในตอนนี้
..........................
...................
อยากจะลืมใครซักคน
เมื่อหยาดฝนพรั่งพรหมพริ้วมา
สายน้ำที่ร่วงหล่นปนเค้าหยาดน้ำตา
กลับไปคิดถึงคราแรกที่เราพบกัน
.............
มาบัดนี้ยามฟ้าสีหม่น ราวกับดลให้ตรมฤทัย
รู้เป็นเพียงอากาศแต่ไม่อาจห้ามใจ
อยากมีเธอชิดใกล้แต่เธอคงไม่คืน
ที่เธอลาฉันไป